E-Marketplace คืออะไร

E-Marketplace คืออะไร ทำไมเป็นช่องทางที่ช่วยคนค้าขายออนไลน์ได้

ใครที่กำลังมองหาวิธีหารายได้เสริมออนไลน์ หรืออยากปั้นธุรกิจของตัวเองให้เติบโตไว การนำสินค้าไปวางขายบน E-Marketplace ถือเป็นทางลัดที่น่าสนใจมาก เพราะเปรียบเสมือนการเปิดหน้าร้านบนทำเลทองที่มีลูกค้าพร้อมจ่ายรออยู่แล้ว วันนี้ 24Social จะพามาเจาะลึกกันว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นช่องทางทำเงินที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ควรพลาด!


E-Marketplace คืออะไร แตกต่างจากเว็บแบรนด์ยังไง

E-Marketplace คือ ตลาดกลางออนไลน์ที่รวบรวมผู้ซื้อและผู้ขายมาไว้ในที่เดียวกัน เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้าดิจิทัลขนาดใหญ่ที่มีสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ ความแตกต่างหลัก ๆ คือ เว็บไซต์แบรนด์ (E-Commerce) จะขายเฉพาะสินค้าของแบรนด์นั้น ๆ แต่บน Marketplace จะมีร้านค้ามากมายมาเปิดขายรวมกัน ทำให้มีฐานลูกค้า (Traffic) เข้ามาเลือกช้อปมหาศาลโดยที่เราไม่ต้องสร้างเว็บเอง


เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการขายบน E-Marketplace

<img src="https://storage.perfectcdn.com/nxxvts/qdktfgswjzop0zj0.webp" alt="ข้อดีและข้อเสียของการขายบน E-Marketplace" title="ข้อดีและข้อเสียของการขายบน E-Marketplace" class="img-fluid">

การนำสินค้าไปวางขายบน E-Marketplace ย่อมมีทั้งโอกาสและความท้าทายที่ผู้ขายต้องเตรียมรับมือ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนธุรกิจได้อย่างรัดกุม 24Social ได้ทำการสรุปข้อดีและข้อเสียของแพลตฟอร์ม Marketplace มาให้คุณลองเปรียบเทียบดูว่าคุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่ ดังนี้

ข้อดีของ Marketplace ที่ช่วยเปิดโอกาสให้คนค้าขายออนไลน์

  • เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ : แพลตฟอร์ม E-Marketplace มีจำนวนผู้ใช้งานหลายล้านคนต่อเดือน ทำให้สินค้าของคุณมีโอกาสผ่านตาและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
  • เริ่มต้นง่าย ต้นทุนต่ำ : ไม่ต้องเสียเงินจ้างโปรแกรมเมอร์เขียนเว็บไซต์ หรือเช่าหน้าร้านแพง ๆ แค่สมัครสมาชิกก็สามารถลงขายสินค้าบน Marketplace ได้ทันที
  • มีความน่าเชื่อถือสูง : E-Marketplace มีระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย และนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อ ทำให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจโอนเงินซื้อสินค้ามากกว่าเพจที่ไม่มีระบบรองรับ
  • มีแคมเปญกระตุ้นการขาย : แพลตฟอร์มมักจะอัดฉีดโปรโมชัน เช่น คูปองส่งฟรี หรือมหกรรมลดราคา 11.11 ซึ่งช่วยดึงดูดนักช้อปให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยบน Marketplace อย่างต่อเนื่อง

ข้อเสียของ Marketplace และสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าต้องระวัง

  • การแข่งขันด้านราคาสูง : เนื่องจากมีร้านค้าขายสินค้าประเภทเดียวกันบน E-Marketplace จำนวนมาก ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาได้ทันที ทำให้เกิดการตัดราคาเพื่อแย่งลูกค้า
  • กฎระเบียบและนโยบายที่เข้มงวด : ผู้ขายต้องปฏิบัติตามกฎของ Marketplace อย่างเคร่งครัด เช่น การจัดการข้อพิพาท ระยะเวลาการจัดส่ง หากทำผิดอาจถูกระงับร้านค้าได้
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม : แม้จะเปิดร้านบน E-Marketplace ฟรี แต่เมื่อขายสินค้าได้ คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม หรือค่าคอมมิชชันตามที่แพลตฟอร์มกำหนด
  • สร้างแบรนด์ดิ้งได้ยาก : ลูกค้ามักจดจำว่าซื้อสินค้ามาจากแพลตฟอร์ม E-Marketplace มากกว่าชื่อร้านค้าของคุณ ทำให้การสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) เป็นเรื่องท้าทาย


ส่อง 4 แพลตฟอร์ม E-Marketplace ยอดฮิตที่คนไทยนิยมใช้สุด

หากพูดถึงการช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศไทย มีเพียงไม่กี่แพลตฟอร์มที่ครองใจผู้บริโภคและนักขายได้อย่างเหนียวแน่น มาดูกันว่า 4 แพลตฟอร์ม E-Marketplace ระดับท็อปที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรเข้าไปบุกเบิกเพื่อขยายช่องทางสร้างรายได้ มีอะไรบ้าง

  1. Shopee : แพลตฟอร์ม E-Marketplace อันดับต้น ๆ ที่โดดเด่นเรื่องโค้ดส่งฟรี แคมเปญลดราคาที่หลากหลาย และมีฟีเจอร์ไลฟ์สดที่ช่วยให้ร้านค้าพูดคุยและปิดการขายกับลูกค้าได้โดยตรง
  2. Lazada : คู่แข่งสำคัญที่มีฐานลูกค้าแน่นหนา จุดเด่นคือระบบ LazMall ที่รวบรวมแบรนด์แท้สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ พร้อมเครื่องมือสนับสนุนการขายที่ครบครันสำหรับร้านค้ารายย่อย
  3. TikTok Shop : มาแรงสุด ๆ ในยุคนี้ เป็น E-Marketplace สาย Social Commerce ที่เน้นการทำวิดีโอสั้นและการไลฟ์สด ผสมผสานความบันเทิงเข้ากับการช้อปปิ้งได้อย่างลงตัว
  4. Facebook Marketplace : ช่องทางซื้อขายที่เข้าถึงง่ายสุด ๆ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หรือสินค้ามือสอง ลูกค้าสามารถทักแชทพูดคุยผ่าน Messenger และนัดรับสินค้าได้โดยตรง


4 เทคนิคเพิ่มยอดขายบน E-Marketplace ให้ร้านค้าปังกว่าใคร

<img src="https://storage.perfectcdn.com/nxxvts/j77grgj3z0te2qse.webp" alt="เทคนิคเพิ่มยอดขายบน E-Marketplace" title="เทคนิคเพิ่มยอดขายบน E-Marketplace" class="img-fluid">

เมื่อนำสินค้าเข้าไปอยู่ในตลาด Marketplace ที่มีการแข่งขันสูง การรอให้ลูกค้าค้นหาเจอเองอาจไม่ทันใจ เราจึงมี 4 เทคนิคลับที่จะช่วยดันร้านค้าของคุณให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง และกระตุ้นยอดขายบน E-Marketplace ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดมาฝากกัน

1. ปรับแต่งรูปภาพและตั้งชื่อสินค้าให้ค้นหาเจอง่ายที่สุด

รูปภาพสินค้าคือสิ่งแรกที่หยุดนิ้วลูกค้าได้ ควรใช้รูปที่คมชัด มีหลายมุม และบอกคุณสมบัติครบถ้วน ส่วนชื่อสินค้าบน E-Marketplace ต้องตั้งให้ครอบคลุมคีย์เวิร์ดที่คนมักใช้ค้นหา เพื่อให้ระบบอัลกอริทึมดันสินค้าของคุณขึ้นไปแสดงผลในหน้าแรก ๆ

2. จัดโปรโมชันและเข้าร่วมแคมเปญใหญ่เพื่อดันยอดขายให้พุ่ง

แพลตฟอร์ม Marketplace มักมีแคมเปญระดับประเทศ เช่น Double Day (9.9, 10.10) หรือ Flash Sale การที่ร้านค้าเข้าไปมีส่วนร่วม แจกโค้ดส่วนลด หรือจัดเซตสินค้า (Bundle Deal) จะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่บน E-Marketplace และเร่งการตัดสินใจซื้อได้ไวขึ้น

3. บริการประทับใจและกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมารีวิวระดับห้าดาว

รีวิวคือหัวใจสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือบน E-Marketplace พ่อค้าแม่ค้าควรตอบแชทให้ไว จัดส่งสินค้าให้เร็ว และแพ็กของให้แน่นหนา เมื่อลูกค้าประทับใจ อย่าลืมส่งข้อความทักทายเพื่อขอให้พวกเขากลับมารีวิว 5 ดาวให้ร้านของคุณ

4. ไลฟ์สดขายของเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์และปิดการขายได้ไวขึ้น

ฟีเจอร์ Live บน E-Marketplace คือเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้คุณได้พรีเซนต์สินค้าแบบเห็นภาพจริง พร้อมตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้ทันที การจัดนาทีทองแจกส่วนลดเฉพาะในไลฟ์ จะช่วยกระตุ้นยอดสั่งซื้อและสร้างความสนิทสนมกับผู้ติดตามได้ดีเยี่ยม


เพิ่มความน่าเชื่อและยอดขายให้ปังขึ้นด้วยบริการ 24Social

การเริ่มต้นบน E-Marketplace และโซเชียลมีเดีย สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือความน่าเชื่อถือในช่วงแรก หากคุณอยากสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า 24Social ช่วยคุณได้! เราคือผู้เชี่ยวชาญบริการปั๊มผู้ติดตาม เพิ่มไลค์ และยอดวิวแบบครบวงจร ช่วยให้หน้าร้านและช่องทางออนไลน์ของคุณดูเป็นมืออาชีพ มีฐานแฟนคลับแน่น ดึงดูดลูกค้าใหม่ให้กล้าตัดสินใจซื้อ พร้อมดันธุรกิจคุณให้เติบโตอย่างมั่นคง ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :24Social Line : @24social


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ E-Marketplace

เริ่มต้นขายของบน E-Marketplace ต้องเสียเงินไหม

การสมัครเปิดร้านส่วนใหญ่ทำได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น แต่จะมีการหักค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชันเมื่อคุณสามารถขายสินค้าได้ตามเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม

ควรเลือกขายสินค้าบนแพลตฟอร์มไหนดี

แนะนำให้เลือกจากกลุ่มเป้าหมายของสินค้า หากเน้นวัยรุ่นและวิดีโอสั้นให้ลอง TikTok Shop แต่ถ้าต้องการระบบจัดการที่เป็นมาตรฐาน มีลูกค้าทุกวัย แนะนำ Shopee หรือ Lazada

ทำอย่างไรให้ลูกค้าค้นหาสินค้าของเราเจอ

ตั้งชื่อสินค้าให้ชัดเจน ใส่คีย์เวิร์ดที่คนมักค้นหา ใช้รูปภาพที่สวยงามดึงดูดสายตา และเข้าร่วมแคมเปญโปรโมชันของแพลตฟอร์มเพื่อช่วยเพิ่มการมองเห็นให้ร้านค้า