clickbait คืออะไร

Clickbait คืออะไร ทำไมดาบสองคมที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้

เคยไหม? เห็นพาดหัวคอนเทนต์แล้วรู้สึกว่า "ต้องกดเข้าไปดูให้ได้!" แต่พอกดเข้าไปกลับพบว่าเนื้อหาไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นเหมือนที่เขียนไว้เลย พฤติกรรมนี้แหละที่เรียกว่า Clickbait ซึ่ง 24Social มองว่าเป็นเหมือนดาบสองคมในวงการคอนเทนต์ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่า Clickbait คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และใช้อย่างไรให้เป็นประโยชน์โดยไม่ทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์


Clickbait คืออะไร ใช่การทำคอนเทนต์พาดหัวดึงคนไหม

Clickbait คือ การพาดหัวข่าวคอนเทนต์ หรือแม้แต่ภาพหน้าปก (Thumbnail) ที่ใช้ข้อความเกินจริง กระตุ้นอารมณ์ หรือจงใจปกปิดข้อมูลบางส่วน เพื่อดึงดูดให้คนเกิดความสงสัยและคลิกเข้าไปดู (Curiosity Gap) แม้เป้าหมายของ Clickbait คือการดึงคนเข้าเว็บ แต่พฤติกรรมนี้มักถูกมองในแง่ลบ เพราะเนื้อหาภายในมัก "สัญญาไว้เยอะ แต่ให้มาน้อย" จนทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนถูกหลอกนั่นเอง


เปรียบเทียบชัด ๆ ข้อดีและข้อเสียของการใช้ Clickbait

<img src="https://storage.perfectcdn.com/nxxvts/68yamxw6lwo797z9.webp" alt="ข้อดีและข้อเสียของการใช้ Clickbait" title="ข้อดีและข้อเสียของการใช้ Clickbait" class="img-fluid">

หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้า Clickbait คือสิ่งที่ไม่ดี ทำไมสื่อใหญ่ ๆ หรือเพจดัง ๆ ยังคงใช้วิธีนี้อยู่ คำตอบคือมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีก่อนนำไปใช้ ลองมาดูการเปรียบเทียบชัด ๆ กันว่า ดาบสองคมนี้จะส่งผลอย่างไรต่อช่องของคุณบ้าง

ข้อดี Clickbait เพิ่มยอดวิวและ CTR ได้รวดเร็วทันใจ

  • เพิ่ม Traffic มหาศาล : ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของ Clickbait คือมันสามารถเรียกยอดคลิกเข้าเว็บไซต์หรือวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลดีต่อตัวเลข Pageviews
  • มีโอกาสเกิดไวรัลสูง : การพาดหัวที่กระตุ้นความรู้สึก เช่น ช็อก! อึ้ง! มักจะกระตุ้นให้คนแชร์ต่อได้ง่ายดาย แม้พวกเขาจะยังไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างในเลยก็ตาม
  • เพิ่มยอดขายทางอ้อม : เมื่อมีคนเห็นคอนเทนต์มากขึ้น โอกาสที่จะนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ผ่านตาผู้บริโภคก็สูงขึ้นตามไปด้วย

ข้อเสีย Clickbait ทำลายความเชื่อมั่นและแบรนด์พัง

  • ทำลายความน่าเชื่อถือ : เมื่อคนกดเข้ามาแล้วรู้สึกผิดหวัง ความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์จะลดลงทันที และอาจทำให้พวกเขาเลิกติดตามช่องของคุณไปเลย
  • อัตราการตีกลับ (Bounce Rate) สูง : คนที่คลิกเข้ามาเพราะถูกหลอก มักจะกดปิดหน้าเว็บทิ้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณลบที่ทำให้อัลกอริทึมของ Google และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มองว่าคอนเทนต์ของคุณไม่มีคุณภาพ
  • ลด Engagement ที่แท้จริง : แม้ยอดวิวจะเยอะ แต่ถ้าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ยอดคอมเมนต์หรือการแชร์เพื่อพูดคุยในเชิงสร้างสรรค์ (Engagement) ก็แทบจะไม่เกิดขึ้น


4  เทคนิคพาดหัวคอนเทนต์ให้น่าสนใจ โดยไม่เป็น Clickbait📷

<img src="https://storage.perfectcdn.com/nxxvts/0x8nia5xell80qom.webp" alt="เทคนิคพาดหัวคอนเทนต์โดยไม่เป็น Clickbait" title="เทคนิคพาดหัวคอนเทนต์โดยไม่เป็น Clickbait" class="img-fluid">

สำหรับ Creator มือใหม่ที่อยากให้คอนเทนต์ปัง แต่ไม่อยากเอาชื่อเสียงไปเสี่ยงกับการทำ Clickbait แบบหลอกลวง เราสามารถเปลี่ยนจาก Clickbait เป็น "Click-worthy" ได้ด้วยเทคนิคเหล่านี้

  1. บอกผลลัพธ์ที่จะได้รับอย่างชัดเจน : เช่น แทนที่จะเขียนว่า "กินสิ่งนี้แล้วน้ำหนักลดฮวบ!" ให้เปลี่ยนเป็น "5 อาหารช่วยคุมน้ำหนักที่หาซื้อได้ในเซเว่น"
  2. ใช้ตัวเลขเข้ามาช่วย : ตัวเลขจะช่วยให้สมองประมวลผลได้ง่ายว่าเนื้อหานี้ย่อยง่ายและมีประโยชน์ เช่น "3 ขั้นตอน..." หรือ "7 วิธี..."
  3. กระตุ้นความอยากรู้แบบพอดี (Information Gap) : ตั้งคำถามให้น่าสนใจ แต่เนื้อหาข้างในต้องตอบคำถามนั้นได้อย่างครบถ้วนและมีน้ำหนัก
  4. รักษาคำสัญญาที่ให้ไว้บนพาดหัว : กฎเหล็กคือ พาดหัวว่าอย่างไร เนื้อหาข้างในต้องให้รายละเอียดตามนั้น อย่าลืมว่าความจริงใจคือเกราะป้องกันแบรนด์ที่ดีที่สุด


สร้างยอดวิวคุณภาพแบบยั่งยืนด้วยบริการจาก 24Social

การทำพาดหัวให้น่าคลิกคือศิลปะ แต่ถ้าคุณต้องการทางลัดในการเปิดการมองเห็น 24Social ช่วยคุณได้! เพราะเรามีบริการปั๊มผู้ติดตาม และเพิ่มยอดวิวคุณภาพ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้ช่องคุณตั้งแต่เริ่มสำหรับทุกแพลตฟอร์มทั้ง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :24Social Line : @24social


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคอนเทนต์ Clickbait

ความแตกต่างระหว่าง Clickbait กับพาดหัวที่ดึงดูดใจ คืออะไร

พาดหัวที่ดึงดูดใจคือการใช้คำหรือประโยคที่กระตุ้นความสนใจ โดยที่เนื้อหาด้านในยังคงให้ข้อมูลครบถ้วนและตอบโจทย์ตามที่พาดหัวได้สัญญาไว้ ส่วน Clickbait คือการตั้งชื่อเกินจริง เพื่อหลอกให้คนกดคลิก แต่เมื่อเข้าไปอ่านกลับพบว่าเนื้อหาไม่ตรงปกหรือไม่มีประโยชน์ใด

การทำ Clickbait บ่อย ๆ ส่งผลเสียต่อ SEO หรืออัลกอริทึมของแพลตฟอร์มไหม

ส่งผลเสียอย่างแน่นอน แม้ช่วงแรกอาจได้ยอดคลิกเข้าชมสูง แต่อัลกอริทึมของทั้ง Google และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ จะตรวจจับพฤติกรรมของผู้อ่าน หากคนกดเข้าไปแล้วพบว่าถูกหลอกจนรีบกดปิดหน้าต่างทิ้ง (Bounce Rate สูง) ระบบจะประเมินทันทีว่าคอนเทนต์นั้นไม่มีคุณภาพ

ถ้าเพจเคยเสียความน่าเชื่อถือจากการทำ Clickbait ไปแล้ว จะกู้ภาพลักษณ์ได้อย่างไร

ต้องเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำคอนเทนต์ใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพและมอบคุณค่าให้กับผู้ชมอย่างแท้จริง เปลี่ยนวิธีการพาดหัวให้มีความจริงใจ ตรงไปตรงมา และที่สำคัญคือต้องมีข้อมูลรองรับตามที่พาดหัวระบุไว้เสมอ